บริหารความเสี่ยงด้วยประกันสุขภาพ

  • English
  • ภาษาไทย

ปัญหาโรคภัยไข้เจ็บ หนึ่งในปัญหาที่หลายคนประสบพบเจอได้ทุกเมื่อ สิ่งที่ตามมาคือ เวลาที่เจ็บและไม่สบายเราก็มักจะต้องเข้ารับการรักษา สิ่งที่ตามาก็คือ ค่ารักษาพยาบาลที่นับวันมีแต่จะยิ่งสูงมากขึ้น ซึ่งอาจจะทำให้เงินเราเก็บสะสมไว้ตลอดชีพนั้น อาจจะต้องหมดลงหรือบางคนก็อาจจะต้องไปกู้หนี้ยืมสินแล้วเกิดเป็นหนี้ต่อมา แต่ทุกปัญหานี้ก็สามารถแก้ไขได้ด้วยการทำประกันสุขภาพ รูปแบบของเครื่องมือในกรบริหารความเสี่ยงด้านสุขภาพและโรคภัยไข้เจ็บ แต่ด้วยการที่ประกันสุขภาพนั้นมีหลายแบบมาก โดยหากเราจะเลือกทำให้ตรงกับความต้องการนั้น ก็จะต้องเข้าใจถึงรูปแบบของประกันที่ต้องรู้

ซื้อแบบแยกค่าใช้จ่ายหรือแบบเหมาจ่าย

ประกันสุขภาพสามารถแบ่งเป็น 2 รูปแบบหลัก ๆ ด้วยกัน คือ แบบแยกค่าใช้จ่าย และแบบเหมาจ่าย โดยถ้ามองว่าแต่ละครั้งที่เราเจ็บป่วย ค่าใช้จ่ายไม่ได้สูงมากนัก ก็เลือกทำ “ประกันสุขภาพแบบแยกค่าใช้จ่าย” ซึ่งแนะนำให้ดูว่าโรงพยาบาลที่คาดว่าจะเข้ารับบริการเมื่อเจ็บป่วยนั้น มีค่าห้องเท่าไร เพื่อเลือกซื้อวงเงินค่าห้องของแบบประกันให้สอดคล้องกัน ยิ่งค่าห้องสูง วงเงินค่ารักษา เช่น ค่าอาหาร ค่าหมอ ค่ายา ค่าผ่าตัด ค่ารักษาพยาบาลอื่น ๆ ก็ยิ่งสูงตาม แต่ถ้ามีค่าใช้จ่ายรายการใดที่เกินวงเงิน ก็ต้องออกค่าใช้จ่ายในส่วนนั้นเพิ่มเติมเอง สำหรับค่าเบี้ยประกันที่ต้องจ่ายจะขึ้นอยู่กับค่าห้องที่เราเลือก

แต่ถ้าอยากให้ความคุ้มครองจากประกันครอบคลุมค่ารักษามากที่สุด เพราะแต่ละครั้งที่เข้ารับการรักษาอาจมีค่าใช้จ่ายที่สูง “ประกันสุขภาพแบบเหมาจ่าย” ก็จะเหมาะกว่า อย่างไรก็ตาม ประกันสุขภาพแบบนี้อาจมีค่าเบี้ยประกันที่สูง และบางกรมธรรม์อาจกำหนดวงเงินสำหรับค่ารักษาบางรายการ เช่น ค่าห้อง โดยถ้าเราพักรักษาตัวในโรงพยาบาลที่มีค่าห้องสูงกว่าที่กำหนดในกรมธรรม์ เราก็ต้องจ่ายเงินสำหรับค่าใช้จ่ายในส่วนนี้เองด้วย หรือซื้อประกันสุขภาพแบบแยกค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมเพื่อให้มีความคุ้มครองเพิ่มขึ้น

เราหวังว่าบทความนี้จะเป็นประโยชน์อย่างมากสำหรับใครที่กำลังมองหาช่องทางในการช่วยบริหารความเสี่ยงด้านปัญหาสุขภาพได้ดีมากขึ้น และหากใครที่กำลังมองหาประกันสุขภาพ สามารถเข้ามาดูรายละเอียดของประกันสุขภาพเหมาจ่ายเพิ่มเติมได้ที่ manulife.co.th/finsurance