ปวดเบ้าตา ปวดหัวบ่อย สัญญาณไมเกรนหรือไซนัสอักเสบ

อาการปวดเบ้าตาร่วมกับปวดหัว เป็นสิ่งที่หลายคนเคยเจอ โดยเฉพาะในวันที่ทำงานหนัก ใช้สายตานาน หรือพักผ่อนไม่เพียงพอ ช่วงแรกอาจดูเหมือนอาการเล็กน้อยที่แค่พักก็หาย แต่เมื่ออาการเกิดซ้ำบ่อยขึ้น หลายคนเริ่มไม่แน่ใจว่าสาเหตุแท้จริงคือไมเกรน หรือไซนัสอักเสบกันแน่ เพราะทั้งสองภาวะมีอาการที่คล้ายกันอย่างมากค่ะ
ไมเกรนเป็นโรคทางระบบประสาทที่เกี่ยวข้องกับการทำงานของหลอดเลือดและสารสื่อประสาทในสมอง เมื่อไมเกรนกำเริบ ผู้ป่วยมักรู้สึกปวดหัวแบบตุ๊บ ๆ เป็นจังหวะ และในบางรายอาจรู้สึกปวดลึกบริเวณเบ้าตา โดยเฉพาะข้างใดข้างหนึ่ง อาการปวดมักรุนแรงขึ้นเมื่อเคลื่อนไหว ร่วมกับคลื่นไส้ แพ้แสง หรือแพ้เสียง ซึ่งทำให้การใช้ชีวิตประจำวันถูกรบกวนอย่างชัดเจน
ในทางกลับกัน ไซนัสอักเสบเกิดจากการอักเสบของโพรงอากาศรอบจมูกและดวงตา อาการปวดที่เกิดขึ้นมักเป็นความรู้สึกแน่น ตึง หรือกดเจ็บบริเวณเบ้าตา หน้าผาก หรือโหนกแก้ม อาการปวดหัวจากไซนัสมักจะชัดเจนขึ้นเมื่อก้มหน้า หรือมีการเปลี่ยนท่าทาง และมักมาพร้อมอาการคัดจมูก น้ำมูกข้น หรือความรู้สึกไม่สบายบริเวณใบหน้า
สิ่งที่ทำให้หลายคนสับสนคือ ทั้งไมเกรนและไซนัสอักเสบสามารถทำให้เกิดอาการปวดเบ้าตาและปวดหัวได้เหมือนกัน ความแตกต่างที่สำคัญจึงอยู่ที่ “อาการร่วม” และ “รูปแบบของความปวด” หากอาการปวดเป็นจังหวะ คลื่นไส้ และไวต่อแสงหรือเสียง มักโน้มเอียงไปทางไมเกรนมากกว่า แต่ถ้าเป็นความปวดแน่น กดเจ็บ มีอาการทางจมูกร่วม และปวดมากขึ้นเมื่อก้มหน้า ไซนัสอักเสบจะเป็นสาเหตุที่ควรนึกถึงค่ะ
อย่างไรก็ตาม ในบางคนอาจมีทั้งไมเกรนและไซนัสอักเสบร่วมกันได้ ทำให้อาการซับซ้อนและวินิจฉัยได้ยากขึ้น หาก ปวดเบ้าตา ปวดหัว เกิดขึ้นบ่อย รุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ หรือไม่ดีขึ้นแม้พักผ่อนและดูแลตัวเองแล้ว การไปพบแพทย์เพื่อตรวจประเมินอย่างละเอียดจึงเป็นสิ่งที่ไม่ควรมองข้ามค่ะ
อาการปวดเบ้าตา ปวดหัวไม่ใช่เรื่องเล็กเสมอไป การสังเกตลักษณะอาการของตัวเองอย่างใกล้ชิด จะช่วยให้เข้าใจสาเหตุได้ดีขึ้น และนำไปสู่การรักษาที่เหมาะสม หากดูแลได้ตรงจุด ก็จะช่วยลดความทรมานและป้องกันไม่ให้อาการลุกลามจนกระทบคุณภาพชีวิตในระยะยาวค่ะ


